http://www.thaipoet.org

ร่ ว ม สื บ ส า น ภู มิ ปั ญ ญ า          ร่ ว ม รั ก ษ า ม ร ด ก ไ ท ย

นานาประเทศล้วนนับถือ   คนที่รู้หนังสือแต่งได้ ... โคลงพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ ๖
...
หน้าแรก
ฉันทลักษณ์
ส่งการ์ดพร้อมเสียงเพลง
รวมพลคนรักกลอน ( webbord )
ลิงค์โคลงกลอน

ฉันท์

          ฉันท์   คือลักษณะถ้อยคำที่กวีได้ร้อยกรองขึ้นให้เกิดความไพเราะซาบซึ้ง โดยจะกำหนดคณะ ครุลหุ และสัมผัสไว้เป็นมาตราฐาน ฉันท์นี้ไทยได้รับการถ่ายแบบมาจากอินเดีย ของเดิมแต่งเป็นภาษาบาลี หรือ สันสกฤต โดยเฉพาะในภาษาบาลีเขามีตำราที่กล่าวถึงวิธีแต่งฉันท์ไว้เป็นแบบฉบับ เรียกชื่อว่า " คัมภีร์วุตโตทัย " แล้วต่อมาไทยเราได้จำลองแบบมาแต่งเป็นภาษาไทยโดยเพิ่มเติมบังคับและสัมผัสขึ้น เพื่อให้เกิดความไพเราะตามแบบฉบับนิยมของไทย ซึ่งในภาษาเดิมเขาไม่มี
          ฉันท์ในภาษาบาลีแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ ฉันท์วรรณพฤติ กับ ฉันท์มาตราพฤติ ฉันท์ใดกำหนดด้วยตัวอักษร คือวางคณะและกำหนดเสียงหนักเสียงเบา ที่เรียกว่า ครุและลหุ เป็นสำคัญ ฉันท์นั้นเรียกว่าเป็น " ฉันท์วรรณพฤติ " หากฉันท์ใดกำหนดด้วยมาตราคือวางจังหวะเสียงสั้นยาวของมาตราเสียงเป็นสำคัญ นับคำลหุ เป็น ๑ มาตรา คำครุ เป็น ๒ มาตรา ไมกำหนดตัวอักษรเหมือนอย่างในวรรณพฤติ ฉันท์นั้นจะเรียกว่า " ฉันท์มาตราพฤติ "
           ฉันท์มีชื่อต่าง ๆ ตามที่ปรากฎในคัมภีร์วุตโตทัยมีถึง ๑๐๘ ฉันท์ แต่ไทยเราดัดแปลงเอามาใช้ไม่หมด เลือเอามาแต่ที่เห็นว่าไพเราะ มีทำนองการอ่านที่สละสลวยเหมาะแก่การบรรจุคำในภาษาไทยได้ดีเท่านั้น
          ฉันท์ที่นิยมแต่งกันมากในภาษาไทยจะเป็นวรรณพฤติเป็นพื้น ที่เป็นมาตราพฤติไม่ใคร่จะนิยมใช้นำมาแต่ง เพราะจังหวะและทำนองที่ใช้อ่านในภาษาไทยไม่สู้จะไพเราะเหมือนวรรณพฤติ แม้ฉันท์วรรณพฤติที่ท่านแปลงมาเป็นภาษาไทยแล้ว ก็ไม่นิยมที่จะนำมาทั้งหมดเพื่อแต่งเป็นฉันท์ไทย เท่าที่สังเกตุดูในคำฉันท์เก่า ๆ มักจะนิยมแต่งกันอยู่เพียง ๖ ฉันท์เท่านั้น

ฉันท์ที่นิยมแต่งกันอยู่ในไทยทั้ง ๖ ชนิด คือ
อินทรวิเชียรฉันท์
โตฎกฉันท์
วสันตดิลกฉันท์
มาลินีฉันท์
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์
สัทธราฉันท์

          แต่ท่านมักแต่งกาพย์ฉบังและกาพย์สุรางคนางค์ปนกันไปกับฉันท์ด้วย และคงเรียกว่า " คำฉันท์ " เหมือนกัน เหตุที่โบราณนิยมแต่งเฉพาะ ๖ ฉันท์ คงเป็นเพราะ ๖ ฉันท์นั้น สามารถจะแต่งเป็นภาษาไทยได้ไพเราะกว่าฉันท์อื่น ๆ และท่านมักนิยมเลือกฉันท์ให้เหมาะกับบทของท้องเรื่องเป็นตอน ๆ เช่น

บทไหว้ครู
นิยมใช้ สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ หรือ สัทธราฉันท์
บทชมหรือบทคร่ำครวญ
นิยมใช้ อินทรวิเชียรฉันท์หรือวสันตดิลกฉันท์
บทสำแดงอิทธิฤทธิ์หรืออัศจรรย์
นิยมใช้ โตฏกฉันท์ ( แต่คำฉันท์เก่า ๆ ไม่ใคร่นิยมใช้โตฏกฉันท์ )
บทดำเนินความยาว ๆ ในท้องเรื่อง
กาพย์ฉบัง หรือกาพย์สุราคนางค์
          ในปัจจุบันนี้ นิยมแต่งภุชงตประยาตฉันท์ เพิ่มขึ้นอีกฉันท์หนึ่ง และมักใช้แต่งตอนพรรณนาโวหารหรือข้อความที่น่าตื่นเต้น ในที่นี้จะยกตัวอย่างเฉพาะ วรรณพฤติฉันท์ มาอธิบายเท่านั้น โดยจะเลือกมานำมาเฉพาะที่เห็นว่าไพเราะ และพอที่จะนำมาแต่งในภาษาไทยได้ดี ซึ่งจะมีอยู่ ๒๔ ฉันท์ ซึ่งเมื่อผู้ที่ศึกษามีความเข้าใจดีแล้วก็นับว่ามีทุนพอที่จะค้นคว้าหาตำราศึกษาด้วยตนเองให้กว้างขวางต่อไป
          ฉันท์ทั้ง ๒๔ ชนิดที่จะกล่าวต่อไปนี้ แบ่งออกเป็น ฉันท์ ๘ , ฉันท์ ๑๑ , ฉันท์ ๑๒ , ฉันท์ ๑๔ , ฉันท์ ๑๕ , ฉันท์ ๑๖ , ฉันท์ ๑๘ , ฉันท์ ๑๙ , ฉันท์ ๒๐ , ฉันท์ ๒๑ รวมเป็น ๑๐ ประเภทด้วยกัน ที่จัดเป็นประเภท ๆ นี้ก็โดยถือเอาจำนวนคำที่บรรจุลงในฉันท์นั้น ๆ เป็นสำคัญ โดยโบราณท่านนิยมเขียนตัวเลขไว้บนเครื่องหมายตาไก่อันแรกของฉันท์ เพื่อบอกชนิดของฉันท์ไว้ด้วย ทั้งนี้เป็นที่รู้กันในหมู่กวี โดยไม่ต้องเขียนบอกชื่อชนิดของฉันท์ แต่ในปัจจุบันมักนิยมเขียนชื่อชนิดของฉันท์กำกับไว้ด้วยทุกครั้ง
          การแต่งฉันท์ ต้องบรรจุคำให้ครบตามจำนวนที่บ่งไว้ จะบรรจุคำให้เกินกว่ากำหนดเหมือนการแต่งโคลง , กลอน และกาพย์ไม่ได้ เว้นแต่อักษรนำ อนุญาติให้เกินได้บ้าง แต่บัดนี้ไม่ใคร่นิยมแล้ว คำที่กำหนดไว้ว่าเป็น ครุ และ ลหุ จะต้องใช้เป็น ครุ และ ลหุ จริง ๆ และเป็นได้แต่เฉพาะตรงที่บ่งไว้เท่านั้น จะใช้ ครุ และ ลหุ ผิดที่ไม่ได้
          คำ " บ " ก็ดี คำที่ประสมด้วยสระ อำ ในแม่ก กา ก็ดี ให้ใช้เป็นลหุได้ แต่บัดนี้คำที่ประสมด้วยสระ อำ ไม่ใคร่นิยมใช้ เพราะถือว่าเป็นเสียงที่มีตัวสะกดแฝงอยู่ด้วย

ฉันท์ทั้ง ๒๔ ชนิดมีชื่อและลักษณะต่างกัน ดังจะอธิบายต่อไปนี้
จิตรปทาฉันท์ ๘
วิชชุมาลาฉันท์ ๘
มาณวกฉันท์ ๘
ปมาณิกฉันท์ ๘
อุปฏฐิตาฉันท์ ๑๑
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
อุปชาติฉันท์ ๑๑
สาลินีฉันท์ ๑๑
อาขยานิกาฉันท์ ๑๑
วังสัฎฐฉันท์ ๑๒
อินทวงสฉันท์ ๑๒
โตฏกฉันท์ ๑๒
ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
กมลฉันท์ ๑๒
วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
มาลินีฉันท์ ๑๕
ปนะภัททกฉันท์ ๑๕
วาณินีฉันท์ ๑๖
กุสุมิตลดาเวลลิตาฉันท์ ๑๘
เมฆวิปผุชชิตาฉันท์ ๑๙
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙
อีทิสฉันท์ ๒๐
สัทธราฉันท์ ๒๑


       ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือ หลักภาษาไทย  ของอาจารย์ กําชัย  ทองหล่อ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๙ พุทธศักราช ๒๕๓๗

ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม หากมีข้อผิดพลาดใดโปรดแนะนําได้ที่ [email protected]

Copyrigh (C) 2002 The poet ' s association of thailand