http://www.thaipoet.org

ร่ ว ม สื บ ส า น ภู มิ ปั ญ ญ า          ร่ ว ม รั ก ษ า ม ร ด ก ไ ท ย

 นานาประเทศล้วนนับถือ   คนที่รู้หนังสือแต่งได้ ... โคลงพระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ ๖
...
 สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
 เกี่ยวกับสมาคม ฯ
 สารจากท่านนายกสมาคม ฯ
 วัตถุประสงค์ของสมาคม ฯ
 กิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม ฯ
 ประวัติของสมาคม ฯ
 รายชื่อผู้ก่อตั้งสมาคม ฯ
 รายชื่อรัตนกวียุครัตนโกสินทร์
 รายชื่อนักกลอนตัวอย่างของสมาคม ฯ
 ห้องเรียนเขียนกลอน ( ฉันทลักษณ์ )
 เรียนรู้เรื่องเสียงสระ
 รวมพลคนรักกลอน ( กระทู้กลอน )
 ส่งการด์พร้อมเสียงเพลง
 ลงนามสมุดเยี่ยม
 ลิงค์โคลงกลอน
 เกี่ยวกับเวปมาสเตอร์
บ้านกวี คุณวิธันว์ ศรีเมือง



          ด้วยพื้นฐานของคนไทยที่นิยมพูดจาด้วยคําคล้องจองมาแต่สมัยโบราณกาล ประกอบกับที่คนไทยเองเป็นผู้ที่มีอารมณ์สิลป์อยู่ในตัวเอง คนไทยจึงสามารถสร้างภาษาที่งดงามขึ้นใช้ทั้งในภาษาพูดและภาษาเขียน อันภูมิปัญญาไทยที่เป็นมรดกตกทอดมาถึงคนในรุ่งปัจจุบัน และด้วยความตระหนักในหน้าที่ของผู้สร้างงานศิลป์ ที่ต้องมีการสืบสานอย่างต่อเนื่อง เมื่อประมาณ ๔๐ กว่าปีที่ผ่านมา กวี หรือผู้สร้างงานวรรณศิลป์ จึงมีการเคลื่อนไหวสร้างงานอย่างจริงจัง กล่าวได้ว่า นอกจากมีการส่งเสริมสนับสนุนงานวรรณศิลป์ในรั้วมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว กลุ่มบุคคลที่รักงานวรรณศิลป์ ที่เรียกตัวเองว่า " นักกลอน " อันหมายถึงผู้สร้างวรรณศิลป์ นั่นเอง โดยเน้นเฉพาะงานด้าน ร้อยกรอง ได้มีการรวมตัวกันภายนอกรั้วมหาวิทยาลัย โดยการประสานงานของ นายวิจิตร ปิ่นจินดา หรือเจษฎา วิจิตร ในที่สุดเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๒ คนกลุ่มนี้จึงมีมติให้ก่อตั้งเป็น " ชมรมนักกลอน " ขึ้น แต่ได้มาดําเนินการจัดให้มีพิธีการไหว้ครูกวี และ ประชุมใหญ่ ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๓ ที่พระตําหนักวาสุกรี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ครั้งนั้นมีสมาชิกลงทะเบียนประชุมประมาณ ๕๐ คน ผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง เป็นประธานกรรมการบริหารชมรมนักกลอนอย่างเป้นทางการคนแรกคือ นายสำรอง สิทธิแพทย์ และ ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากสมเด็จพระสังฆราช วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือที่นักกลอนในสมัยนั้นเรียกท่านว่า " สมเด็จป๋า " และ พระเดชพระคุณท่าน " พระเทพโสภณ " หรือ " หลวงเตี๋ย " ซึ่งปัจจุบันท่านดํารงสมณศักดิ์เป็น " พระธรรมราชานุวัตร " ให้ใช้พระตําหนักวาสุกรี วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นสถานที่ทําการของชมรมนักกลอนในยุคแรก
          ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๕๑๖ ในสมัยที่ นางกรองแก้ว เจริญสุข เป็นประธานชมรมนักกลอน นายนรนิติ เศรษฐบุตร สมาชิกชมรมได้เสนอยกฐานะเป็น " สมาคม " จึงนําไปสู่การก่อตั้งเป็น
" สมาคมชมรมนักกลอนแห่งกรุงสยาม " เมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๗ ก่อนจะเปลี่ยนชื่ออีกครั้ง เป็น " สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย " เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ ในช่วงที่เปลี่ยนมาเป็นสมาคมนี้ ได้ใช้กุฏิสุนทรภู่ วัดเทพธิดาราม เป็นที่ทําการระยะหนึ่ง ต่อมาได้ย้ายไปตามความเหมาะสมในแต่ละห้วงเวลา เนื่องจากสมาคม ไม่มีที่อยู่เป็นของตัวเอง จนถึงยุคปัจจุบัน สมาคมได้กลับมาใช้วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ เพื่อเป็นที่ทําการอีกครั้งหนึ่ง โดยเปลี่ยนจากพระตําหนักวาสุกรี เขตสังฆวาส เป็น ศาลาพงศาชํานาญกิจ เขตพุทธาวาส
          ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า ๔๐ ปี กวี และนักกลอนต่างได้สร้างสรรค์งานวรรณศิลป์ให้ปรากฎแก่สังคมตลอดมา และเพื่อให้บุคคลในแวดวงวรรณศิลป์ สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย พร้อมเสมอที่จะส่งเสริมสนับสนุน และเป็นกําลังใจให้กวี นักกลอน ตลอดจนผู้ที่สนใจทางด้านนี้ได้สืบสานงานวรรณกรรมศิลป์ไว้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่คู่กับชาติไทยตลอดไป
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม หากมีข้อผิดพลาดใดโปรดแนะนําได้ที่ [email protected]
Copyrigh (C) 2002 The poet ' s association of thailand